บทที่ 11 บทที่ 10 ความจริงที่หนีไม่พ้น
บทที่ 10 ความจริงที่หนีไม่พ้น
“ผมไม่อนุมัติให้ลาออก ถ้าคุณไม่บอกความจริง คุณไม่ใช่เด็กแล้ว และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมปกป้องคุณได้ขอแค่บอกมาคำเดียว ไม่พอใจพวกปากสว่างใช่ไหมผมจะให้นันท์จัดการ”
‘ยื้อ’ คือสิ่งเดียวที่กุณณกันต์ต้องทำในตอนนี้ เขาสั่งให้คนมาเฝ้าหน้าห้องรวมถึงที่คอนโดหญิงสาวเรียบร้อยแล้ว หากเธอหนีคงจะต้องมีจับตัวกันบ้างแล้ว!
“ระ...ริษาไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ไม่ได้ท้องด้วย ริษาจะเอาเวลาที่ไหนไปนอนกับผู้ชาย ริษาเป็นโรคกระเพาะเฉย ๆ ค่ะ” อริษาร้องไห้โฮออกมา และนั่นยิ่งทำให้กุณณกันต์เดือดดาลไปกันใหญ่ไม่ใช่โกรธเธอแต่โกรธตัวเอง!
“ริษา...หลายเดือนมานี้เราตัวติดกันตลอดทั้งเมืองไทยและเมืองนอก แน่นอนว่าคุณจะไม่มีวันท้องกับผู้ชายคนอื่น”
“...........” อริษาชะงักและก้มหน้าจนคางชิดหน้าอกเธอสะอึกสะอื้นจนตัวสั่นเทา
“ริษาไม่ได้ท้องค่ะ ฮึกก ริษาแค่เป็น ฮึกก โรคกระเพาะ” หญิงสาวยืนกราน แต่เป็นการยืนกรานที่แสนจะไม่เต็มเสียงเสียเลย
เลขาผู้มีความมั่นใจและเย่อหยิ่งในสายตาคนนอกตอนนี้เธอจนมุมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเอ่ยเถียงคนที่เค้นความจริงกับเธอจนปากคอสั่นไปหมด
“ริษาป่วยค่ะ จะหายแล้ว”
หยดน้ำตาไหลรินเปรอะเปื้อนชุดเดรสที่สวมใส่จนชุ่มไปหมด กุณณกันต์หมดความอดทนหยัดกายลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาวหมุนเก้าอี้ที่เธอใช้นั่งและนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ ดวงตาคมเข้มจ้องมองราวกับจะหาความจริงจากดวงตากระปุกกลมโตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
มือหนาจับมือบางมากุมไว้โดยใช้นิ้วโป้งมือคลึงบนหลังมือ นัยน์ตาสีเข้มอ่อนลงและทอดสายตาที่มีแต่ความห่วงใยเธอที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้...
“บอกผมริษา...คุณป่วยเป็นอะไร” ยิ่งเห็นสายตาของเขาที่มองหน้าท้องเธอสลับกับมองหน้าเธอแล้ว อริษาร้องไห้จนร่างสั่นเทาไปหมด
“คะ...คุณกันต์ริษาไม่ได้ท้อง” กุณณกันต์สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะจับปลายคางเล็กและใช้ปลายนิ้วไล้เช็ดน้ำตาให้กับหญิงสาว
“ผมไม่ได้พูดสักคำว่าคุณท้อง...” อริษาหลับตาลงและสะอื้นไห้สุดแรง
“ริษาไม่ได้ท้องค่ะ ไม่ได้ท้องจริง ๆ นะ” กุณณกันต์จับมือบางที่กำแน่นและใช้ปลายนิ้วไล้แกะมือที่กำอยู่ออก เขายื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับหญิงสาว เธอไม่รับและยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาแทน
ท่าทีสับสนหวาดกลัวของอริษาทำให้กุณณกันต์ตัดประโยคที่จะถามว่าเธอทำแบบนี้ทำไมออกไป เขาไม่อยากรู้ เพราะถ้าเขาถามเธอต้องร้องไห้เสียใจมากกว่าเดิม ทั้งหมดมันคือความผิดเขาและเขาจะต้องรับผิดชอบชีวิตอริษานับจากนี้
“คุณก็ยังยืนยันว่าคุณไม่ได้ท้อง คุณกำลังจะบอกผมว่าผลการตรวจนี้เป็นของปลอมใช่ไหม?” กระดาษสีขาวถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านในของชายหนุ่ม
กุณณกันต์ใช้นิ้วกางมันออกและยื่นไปตรงหน้าของอริษา...
“ไม่จริง!” อริษากรีดร้องจนเสียงหายก่อนจะคว้ากระดาษนั่นมาฉีกออกเป็นชิ้น ๆ เธอหลับตาลงสะอื้นไห้จนตัวสั่นเทา กุณณกันต์ทำอะไรไม่ได้จึงดึงร่างเล็กมาโอบกอดปลอบประโลม
“อริษา...คุณมีอะไรอยากจะบอกผมรึเปล่า ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย”
#โรงพยาบาล
กุณณกันต์กอดอกยืนมองคนที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วย ร่างสูงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ เขาเค้นความจริงจากเธอจนเป็นลมคาอกไปเลย
“ในเมื่อคุณก็รู้ความจริงดีอยู่แล้ว ทำไมต้องต้อนเธอจนมุมขนาดนี้ครับ” นันท์ถามเจ้านายด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก
“ก็ไม่คิดว่าจะเป็นลม”
“คนท้องอ่อนไหวง่ายนะครับ และถ้าเธอเครียดมันจะส่งผลต่อลูกในท้อง”
“โอเค ฉันรู้แล้ว ฉันจะไม่ถามอะไรอริษาอีก” กุณณกันต์ตีอกชกลมหงุดหงิดที่ตนเองทำให้อริษาต้องเข้าโรงพยาบาล
“วันนั้นเป็นผมเองที่จัดการเรื่องคีย์การ์ดสลับกัน ผมรับคีย์การ์ดจากโรงแรมมาสองอันหนึ่งคือของริษา สองคือของคุณกันต์ แต่ผมคิดว่าคุณกันต์อาจจะดื่มเยอะและลุกมาเปิดประตูไม่ได้ ผมจึงขอมาอีกอัน และมันก็สลับกันกลายเป็นว่าผมให้คีย์การ์ดคุณกันต์กับริษาไปห้องเดียวกัน”
กุณณกันต์ยกมือขึ้นกุมศีรษะก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง และใช้ปลายนิ้วปัดปอยผมที่รกใบหน้าหวาน
“แล้วคุณกันต์จะเอายังไงต่อครับ” นันท์ถามทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเจ้านายตัดสินใจเช่นไร
“อย่าถามเหมือนไม่รู้จักฉันแบบนี้นันท์ ฉันเป็นลูกผู้ชายกล้าทำก็กล้ารับ แต่ยัยตัวแสบนี่สิจะปีนระเบียงหนีไหมหากตื่นขึ้นมารู้ว่าฉันรู้ความจริงหมดแล้ว”
มือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะทุย ก่อนจะใช้หลังมือไล้แก้มใสที่ซีดเซียว นันท์มองภาพนั้นและก็รู้สึกได้เลยว่าความรู้สึกที่เก็บกักบัดนี้มันได้ปะทุออกมาหมดแล้ว
สมภารที่บอกว่าจะไม่มีวันกินไก่วัด...ตอนนี้หากแทะกระดูกอริษาได้เจ้านายของเขาคงแทะไม่มีเหลือแน่นอน!!
